children's cemetery


as beer go by
August 13, 2010, 9:50 am
Filed under: children's poet

น้ำในร่างกายไม่เพียงพอต่อการกลั่นน้ำตา

ฉันจึงยกมือขึ้น

ขอเบียร์อีกขวด.



เลือน-จำ-บาป
February 20, 2010, 8:58 am
Filed under: แสงสมมติ

ฉันมีความลับประจำตัว (แน่นอน ความลับมักไม่ใช่เรื่องดี) จึงไม่สามารถบอกใครได้ เพราะหากว่าความลับนั้นกลายเป็นเรื่องเปิดเผย ฉันไม่แน่ใจว่าจะรับมืออย่างไรกับความรู้สึกที่คนอื่นมีต่อฉันและความรู้สึกที่ฉันมีต่อตัวเอง 

ฉันคิดว่าตัวละครอย่างแซม เคฮิลล์ ในหนังเรื่อง Brother น่าจะรู้สึกคล้ายฉัน 

Brother สะกดฉันด้วยอารมณ์ของตัวละคร พัฒนาการทางจิตใจของตัวละครที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากข้างในจนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมภายนอก นักแสดงอย่างโทบี แม็คไกวร์  (Tobey Maguire) ซึ่งรับบท แซม เคฮิลล์ นายทหารระดับผู้กองสังกัดหน่วยนาวิกโยธินแห่งกองทัพสหรัฐ เล่นดีมาก สีหน้าแววตาแม้กระทั่งท่าทางการเดินของเขาหลังถูกส่งตัวกลับจากอัฟกานิสถานเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเล่นดีจนทำให้ฉันรู้สึกกลัว       

Brother ฉบับเดิมเป็นหนังสัญชาตเดนมาร์ก ฉายเมื่อปี 2004 ในชื่อ Brodre เขียนบทและกำกับโดย ซูซาน เบียร์ แต่ Brother สัญชาติอเมริกันนี้เป็นผลงานกำกับของจิม เชอร์ริแดน

หนังเปิดด้วยภาพความสุขในครอบครัวของแซม เคฮิลล์ ในช่วงเวลาที่เขากำลังจะถูกส่งตัวไปประเทศอัฟกานิสถาน ขณะที่ ทอมมี เคฮิลล์ (Jake Gyllenhaal) น้องชายของเขาเพิ่งออกมาจากคุก สองพี่น้องอยู่กันคนละขั้วคล้ายนาร์ซิสซัสกับโกลด์มุนด์

แซมเป็นผู้นำครอบครัวมีลูกสาว 2 คนและภรรยาชื่อเกรซ (Natalie Portman)

ทอมมีเป็นคนที่ได้รับอิสรภาพจากคุก ไม่มีงานทำ ไม่มีความน่าเชื่อถือ

อาหารเย็นมื้อแรกหลังจากอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวเป็นการเลี้ยงต้อนรับทอมมีและเลี้ยงส่งแซม

หากแซมเป็นตัวแทนของความดีภายใต้การนิยามของสังคม หน้าที่ของเขาคือทำตามคำสั่งภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพ ทอมมีก็เป็นทอมมีผู้ไม่สามารถยับยั้งความปรารถนาของตนให้อยู่ในกรอบศีลธรรมจากสังคม

หลังจากแซมไปได้ไม่นาน ข่าวร้ายก็มาเคาะประตูบ้าน กองทัพแจ้งว่าเขาตายแล้ว เขาตายแล้ว เกรซยืนนิ่งเหมือนหุ่นไม่มีวิญญาณ

ทอมมีค่อยๆ เข้ามาในวันที่บ้านไร้พี่ชาย เขาดูแลหลานสาว 2 คน เพื่อบำบัดอาการขี้แพ้ของตัวเอง เข้ามาดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน ซ่อมแซมห้องครัว พาหลานสาวไปเล่นสเก็ตน้ำแข็ง ระบายความกลัวของตัวเองต่อหน้าเกรซ การกระทำของทอมมีเท่ากับการดูแลความรู้สึกของพี่สะใภ้อย่างไม่รู้ตัว

ความรักทำท่าจะเกิดขึ้น แต่…

อีกฟากหนึ่งของโลก แซมยังไม่ตาย เขาถูกกองกำลังกลุ่มตาลีบันจับตัวพร้อมนายทหารยศต่ำกว่าเขาอีก 1 คน นายทหาร 2 คนถูกขังในคุกใต้ดิน ถูกทรมานร่างกายให้พูดต่อหน้ากล้องวิดีโอในทำนองว่า ‘เพื่อนทหารทั้งหลาย อย่ามาในดินแดนแห่งนี้เลย นี่ไม่ใช่บ้านเรา เราไม่ควรรุกรานบ้านคนอื่น’

เมื่อแซมบูชาหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด เขาจึงไม่ปริปากพูดอะไรออกมาภายใต้ท่วงท่าของความเข้มแข็ง

ฉันจับตาดูฉากที่แซมและนายทหารของเขาถูกทรมาน อยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้แซมจะเปลี่ยนไปนับจากนี้ ฉันไม่เคยเป็นทหารและประเทศไทยในยุคที่ฉันเติบโตก็ไม่มีสงครามแบบสงครามเอเชียมหาบูรพาอีก (อาจจะมีสงครามอยู่บ้าง แต่ฉันอาจถูกมายาคติสักอย่างที่มองว่านั่นไม่ใช่สงครามในความหมายที่เคร่งครัด)

หลังจากถูกทรมาน นายทหารคนนั้นจำยอมต้องพูด โดยมีแซมยืนดูทำอะไรไม่ได้

นายทหารคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงไม่หลงเหลือความกล้าหาญ “ผมถูกส่งมาที่นี่ เขาบอกผมว่านี่คือการทำเพื่อประเทศชาติ” กลุ่มตาลีบันสวนกลับมาว่า “ที่นี่ไม่ใช่บ้านของพวกนาย”

และฉากที่ฉันรอคอยก็มาถึง เมื่อกองกำลังตาลีบันบังคับให้แซมฆ่าเพื่อนทหารของเขา พวกตาลีบันบอกว่า “นายต้องเลือกว่าจะให้เพื่อนอยู่หรือนายไป” “นายมีลูกสาว 2 คนไม่ใช่หรือ นายไม่อยากกลับไปเจอพวกเขาหรือ” “ฆ่าเขาซะ”

ฉันรู้สึกเหมือนนั่งอยู่คนเดียวตรงขอบโลกมองออกไปในความมืดของชั้นบรรยากาศที่ไร้ดาวแล้วแซมก็ใช้ท่อเหล็กหวดเพื่อนของเขา – ไม่ยั้ง

หลังจากนั้น เขาถูกขังเดี่ยว ถูกทำให้เป็นเป้ากระสุนที่แล้วแต่ความสามารถในการหลบหลีก แต่โชคดีที่กองทัพสหรัฐบุกมาทำลายค่ายแห่งนั้น แต่แววตาเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว ฉันชอบโทบี แม็คไกวร์ เขาแสดงเก่ง ทำให้เราเชื่อว่าเขาได้กลายเป็นสัตว์ป่วย แซมคนเดิมได้ตายไปแล้ว

เขาถูกส่งตัวกลับบ้าน กลับมาในช่วงเวลาที่ความรักของน้องชายกับภรรยาตัวเองทำท่าจะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าศีลธรรมที่ทอมมีและเกรซถืออยู่ถูกวาง

เมื่อแซมเปลี่ยนไป เขาระแวงความสัมพันธ์ระหว่างทอมมีและเกรซ การพยายามเป็นคนใหม่ของทอมมีทำให้แซมรู้สึกว่าเขากำลังถูกแทนที่โดยน้องชายของตัวเอง

แซมเก็บความลับไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเหมือนเด็กซนทำกระจกแตกไม่ยอมบอกแม่ ฉันเดาว่าคงเพราะความผิดที่กดไว้ในใจ สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดของแซมทำให้เขาสูญเสียความศรัทธาในตัวเอง

สิ่งที่กดไว้ในใจแซมค่อยๆ พองตัวสูงขึ้น ทำลายสิ่งที่เขาถือครองในนามของศีลธรรม การเก็บเหตุการณ์ในวันนั้นไว้ในใจตัวเองคล้ายวัชพืชในแปลงข้าว แย่งชิงแสงแดด น้ำ และอากาศจนทำลายพืชพันธ์แห่งชีวิต

วัชพืชของความผิดบาปนี้ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภรรยา ระหว่างเขากับลูก และระหว่างเขากับน้องชายประสบโศกนาฏกรรม

ฉันอ่านข่าวต่างประเทศ ช่วงก่อนที่ บารัก โอบามา จะตัดสินใจส่งทหารอเมริกัน 3 หมื่นนายเข้าสู่ประเทศอัฟกานิสถานเมื่อปลายปี 2009 มีรายงานตัวเลขตั้งแต่ต้นปี 2009 ว่าทหารบกประจำการฆ่าตัวตายไปแล้ว 140 นาย ขณะที่ปี 2008 ยอดทหารประจำการของสหรัฐจากทุกเหล่าทัพที่ฆ่าตัวตายมีทั้งสิ้น 268 นาย ส่วนใหญ่เป็นทหารบก เฉลี่ยแล้วทหารอเมริกัน 1 แสนนาย ฆ่าตัวตาย 20 นาย มากกว่าอัตราฆ่าตัวตายเฉลี่ยของประเทศถึงเกือบ 2 เท่า     

ฉันสงสัยว่านายทหารอเมริกันหรือนายทหารไทยมีมากน้อยขนาดไหนที่เป็นเหมือนแซม ไม่ได้ตายเพราะกระสุนในสนามรบ แต่สูญเสียชีวิตเพราะบาดเเผลที่ไม่กล้าแง้มผ้าปิดแผลให้ใครทายา

แซมเข้ารับการบำบัดทางจิต เกรซมาเยี่ยม เธอขอร้องให้เขาบอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่อัฟกานิสถาน เกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา

ฉันถามตัวเองว่า หากวันใดวันหนึ่ง ขีดการแบกรับความลับหรือสิ่งผิดบาปในใจฉันง่อนแง่นคล้ายจะแตกหัก ฉันจะกล้าบอกสิ่งติดค้างในใจเพื่อปลดปล่อยตัวเองหรือไม่.



แผล
February 20, 2010, 8:25 am
Filed under: children's poet

ฉันอาจเป็นหัวขโมย ผู้ฉกชิงสิ่งขาดหาย

ฉันอาจเป็นคนกินฟรี ผู้ดื่มกินความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น

ฉันอาจเป็นคนรักที่ทรยศต่อคนรักของตนเอง

ฉันอาจเป็นใครสักคนในอดีต ซึ่งคนของปัจจุบัน – ไม่อาจนับถือ



ลืม
February 20, 2010, 8:10 am
Filed under: แสงจริง

ฉันไม่ได้สอดสมุดบัญชีธนาคารใส่เครื่องเพื่อให้มันพิมพ์ข้อความบันทึกการไหลเวียนทางการเงินมาได้หลายเดือนแล้ว คงเพราะมัวแต่นอนอ่านบันทึกประวัติของนักจิตวิทยาคนหนึ่งอยู่ อ่านนิยายเรื่องคนวัดโลก อยู่ ฯลฯ ฉันจึงไม่ได้ใส่ใจว่าข้อความในหน้าสุดท้ายของสมุดบัญชีธนาคารจะปรากฏตรงกับข้อมูลที่ระบุตัวเลขบนหน้าจอของตู้กดเงินสดหรือไม่

            บางครั้งฉันก็เพียงแต่ตื่นเช้าขึ้นมา เข้าคอกกั้นแล้วกดมันออกมาซื้อกาแฟเย็น กินข้าวเที่ยง และซื้อบุหรี่สูบ เพียงวันต่อวันเท่านั้น วันรุ่งขึ้นฉันก็ทำเหมือนเมื่อวาน

            กิ๊กเตือนฉันเรื่องความคลาดเคลื่อนระหว่างตัวเลขในสมุดกับตัวเลขบนหน้าจอ “เราควรจะทำมันให้ตรงกัน”

            แต่หลายชั่วโมงผ่านมาแล้ว ฉันก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าครั้งสุดท้ายพบเห็นมันวางไว้ที่ไหน ในลิ้นชัก บนโต๊ะทำงาน หัวเตียง ใต้หมอน ในกระเป๋าใบที่ไม่ได้ใช้และใบที่ใช้ ฉันหาสมุดบัญชีธนาคารไม่เจอ เดินไปหยุดดูที่ชั้นหนังสือ เผื่อว่ามันอาจแทรกตัวอย่างสงบระหว่างโลกของโซฟีกับโลกของจอม – แต่ไม่มี

            ฉันพยายามนึกย้อนถอยหลัง ครั้งสุดท้ายได้วางมันไว้ที่ไหน ฉันกลับไปรื้อหาในลิ้นชัก โต๊ะทำงาน หัวเตียง ใต้หมอน กระเป๋าหลายใบ แต่ไม่พบ

            ฉันลืมว่าเก็บมันไว้ที่ไหน

            มัน ‘หาย’ ไปแล้ว เพราะฉัน ‘ลืม’ แท้ๆ…



ข้อสมมติกับจินตนาการ
February 19, 2010, 8:45 pm
Filed under: แสงจริง

ข้อสมมติต่างจากจินตนาการตรงที่กระดาษใบละห้าร้อยในมือฉันเป็นสิ่งที่เป็นความจริง ขณะที่การเด็ดใบไม้หลังห้างสรรพสินค้าไม่สามารถนำมาแลกกับหนังสือบนชั้นได้ มันเป็นเพียงจินตนาการ

ข้อสมมติเป็นเครื่องมือแรกของนักวิทยาศาสตร์ในการยืนยันความจริง ความจริงส่วนหนึ่งมีความหมายถึงสัจธรรม บางส่วนไม่ใช่

ไม่ว่าคนขายหนังสือที่เคาน์เตอร์ ตัวฉันเอง หรือนักศึกษาที่กำลังยืนอ่านบุตรธิดาแห่งดวงดาวของเสกสรรค์ ประเสริฐกุลอยู่ หรือแม้แต่ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เอง และหลายคนบนโลก ต่างต้องยอมรับในความเป็นจริงที่ผ่านขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ที่เริ่มจากข้อสมมติ ฉันคิดว่าเงินเป็นความจริงที่ประหลาด เงินเป็นข้อสมมติที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ มันถูกสมมติขึ้นมาเพื่อความเป็นจริง

ขณะที่จินตนาการยืนอยู่ไกลจากความเป็นจริงมากกว่าข้อสมมติ

ฉันเอียงคออ่านชื่อหนังสือตรงสันของมันในหมวดหมู่วรรณกรรม คิดในใจว่าบางกรณีที่สองสิ่งนี้อยู่ร่วมกัน ก็เกิดความจริงในความหมายที่ใกล้เคียงกับสัจธรรม เหมือนที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยทำไว้

แต่ข้อสมมติของไอน์สไตน์ไม่เลื่อนลอยเหมือนเงิน

            ฉันหยิบหนังสือเล่มที่ชื่อราตรีสีวานิลลา ออกมาจากชั้น ขณะเดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ ฉันเหลือบมองชื่อนักเขียน แล้วพบว่าเพิ่งเคยผ่านตาชื่อเขาเป็นครั้งแรก.



จินตนาการ
February 19, 2010, 7:46 pm
Filed under: แสงจริง

ฉันรู้จักกับจินตนาการตอนเรียนชั้น ป.1 ครูประจำชั้นชื่อสุดใจ เธอสอนวิชาคณิตศาสตร์และสอนให้เรารู้จักกับมานีและชูใจ เธอน่ารักและใจดี

ในตอนนั้นฉันไม่ชอบกระเป๋าหนังสีดำแบบหิ้วที่ถืออยู่เลย ทั้งที่แม่เป็นคนเลือกซื้อให้ ฉันอยากมีกระเป๋าเป้สีน้ำเงิน มีสายรัดคาดเอวแบบของเพื่อนที่ชื่อปอ เวลาเขากำลังสะพายกระเป๋าตอนหลังเลิกเรียนจึงเหมือนคนขับเครื่องบินกำลังจัดแจงเข็มขัดนิรภัยในห้องนักบิน

            ฉันเคยบอกแม่ว่าอยากได้กระเป๋าแบบสะพายด้านหลัง และมีสายคาดเอวเหมือนนักบิน แม่กลับอธิบายประกอบชื่นชมความสวยงามของเจ้าดำใบนี้ เย็นวันหนึ่ง ครูสุดใจบอกกับเด็กนักเรียนชั้น ป.1/2 ทุกคนว่า เราสามารถคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือจินตนาการถึงสิ่งที่เราอยากให้เป็นได้ จินตนาการทำให้ความคิดเราสร้างสรรค์ ผู้ใหญ่บางคนใช้จินตนาการเป็นสิ่งกำเนิดสิ่งใหม่ให้แก่โลกกระทั่งมีเงินทองและชื่อเสียงที่คงอยู่กับคนรุ่นหลัง

            เมื่อกลับถึงบ้าน ก่อนถอดรองเท้า ฉันไม่ลืมปลดสายนิรภัยตรงช่วงท้อง ระหว่างที่กำลังปลดล็อกสายรัดคาดเอวและลอดแขนออกจากสายสะพาย ฉันเริ่มรู้จักกับจินตนาการ.

 Feb.2010



เพลงดาว
February 16, 2010, 2:51 pm
Filed under: children's poet

ฉันนั่งเรียนวิชาภาษาอังกฤษแต่รู้สึกเหมือนนั่งฟังพระสงฆ์พูดภาษาบาลี

ฉันฟังหลายวลีไม่ถนัดเหมือนวาเนสซ่า เมย์ สีไวโอลินด้วยมือซ้าย

ฉันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เหมือนที่ เลดี้ กาก้า พูดภาษาไทยไม่ได้

ฉันรู้สึกเดียวดาย ยามนั่งฟังเพลงที่ร้องเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันชอบฟังเพลงภาษาอังกฤษพอๆ กับชอบโกโก้เย็นหลังมื้อเที่ยง

ฉันชอบฟังมันทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจความหมาย

ฉันจึงรู้สึกเดียวดาย ยามนั่งฟังเพลงที่ร้องเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันจึงคบตัวโน๊ตและเมโลดีไว้เป็นเพื่อน

ทุกครั้งที่สองคนนั้นสนทนากัน ฉันจะนอนฟังข้างข้างพวกนั้น

ความรู้สึกเริ่มเริงระบำ

เสียงเพื่อนฉันเหมือนภาพถ่ายย้ำความทรงจำ

นาทีนั้น ฉันก็เข้าใจอย่างถ่องแท้

ว่าผู้ประพันธ์บทเพลงกำลังนำเสนอถึงดวงดาว.



ฉันแค่อยากเป็น…
February 15, 2010, 9:47 am
Filed under: children's poet

ฉันไม่อยากเป็นผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ไม่อ่านหนังสือบนชิงช้า

ผู้ใหญ่ไม่นอนมองท้องฟ้า

ผู้ใหญ่เหนื่อยล้ายามหลับตา

ฉันไม่อยากเป็นผู้ใหญ่

อีกนั่นแหละ – ฉันไม่อยากเป็นเด็กผู้ชาย

เด็กผู้ชายไว้ผมสั้นเหมือนลานบิน

เด็กผู้ชายต้องเป็นทหารเสื้อเปื้อนดิน

เด็กผู้ชายแกะของขวัญไม่ใส่ใจริบบิ้น

ฉันไม่อยากเป็นเด็กผู้ชาย

ไม่เหมือนอย่างอื่น, ฉันอยากเป็นเด็กกำพร้า

ไม่เหมือนคนอื่น, ไม่มีอะไรในกระเป๋าเป้ของเด็กกำพร้า

ฉันอยากเติบโตอย่างช้าช้า

ฉันยังอยากนั่งเล่นบนชิงช้า

ฉันอยากนั่งอ่านหนังสือทีละหน้า

ในกระเป๋าไร้สิ่งใด

เหมือนเด็กกำพร้าในป่าช้า – คนนั้น.



Hello world!
February 15, 2010, 8:51 am
Filed under: Uncategorized

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!




Follow

Get every new post delivered to your Inbox.